วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

รูปแบบการสอน............

รูปแบบการสอน............

 ในรายวิชา

366215  Learning Management I
การจัดการเรียนรู้ 



วิธีการสอน.......ที่สามารถนำไปใช้กับการสอนคอมพิวเตอร์



13 ความคิดเห็น:

  1. ศิรินภา ศรีสมศักดิ์6 มกราคม 2555 13:47

    วิธีสอนแบบสาธิต
    เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้นักเรียนดูและให้ความรู้แก่นักเรียนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง การสอนแบบสาธิตแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ๆด้แก่ ผู้สอนเป็นผู้สาธิต ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสาธิต ผู้เรียนสาธิตเป็นกลุ่ม ผู้เรียนสาธิตเป็นรายบุคคล วิทยากรเป็นผู้สาธิต และการสาธิตแบบเงียบโดยให้นักเรียนสังเกตเอง
    ขั้นตอนของการสอนแบบสาธิต
    1.ขั้นเตรียมการสอน
    1.1 กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้โดยวิธีการสาธิต
    1.2 ศึกษาเนื้อหาสาระให้ชัดเจน และจัดลำดับให้เหมาะสม
    1.3 เตรียมกิจกรรมให้ผู้เรียนปฏิบัติ
    1.4 เตรียมสื่อ อุปกรณ์ เอกสารให้เพียงพอกับผู้เรียน
    1.5 กำหนดเวลาการสาธิตให้พอเหมาะ
    1.6 กำหนดวิธีการประเมินผล
    1.7 เตรียมสภาพห้องเรียน
    1.8 ทดลองสาธิตก่อนสอนจริงในห้องเรียน
    2.ขั้นสาธิต
    2.1 แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระที่จะเรียนรู้
    2.2 บอกให้นักเรียนรู้บทบาทของตนเอง ได้แก่ การทดลองปฏิบัติ การจดบันทึก การสรุป
    2.3 แนะนำสื่อการเรียนรู้
    2.4 ดำเนินการสาธิต
    3.ขั้นสรุป
    3.1ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปผลที่เกิดจากการสาธิต
    3.2บันทึกขั้นตอนการสาธิตพร้อมทั้งผลที่เกิดขึ้น
    4.ขั้นวัดและประเมินผล
    4.1 ผู้เรียนทดลองสาธิตให้ผู้อื่นดูพร้อมทั้งบอกผลและข้อคิดที่ได้
    4.2 ให้เขียนรายงาน ตอบคำถามจากแบบฝึกหัด และแสดงความคิดเห็น
    ข้อดีของการสอนแบบสาธิต
    1.นักเรียนได้ประสบการณ์ตรง
    2.สร้างความสนใจ และความกระตือรือร้น
    3.ฝึกการสังเกต การสรุปผล การบันทึก และการจัดขั้นตอน
    ข้อจำกัดของการสอนแบบสาธิต
    1.การสาธิตบางครั้งไม่สามารถใช้กับผู้เรียนกลุ่มใหญ่
    2.ผู้สอนต้องแนะนำขั้นตอน อุปกรณ์ ที่ใช้ในการสาธิตอย่างชัดเจน
    3.ผู้สอนต้องทดลองการสาธิตก่อนสอนให้แม่นยำเพื่อลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

    ตอบนำออก
  2. วิธีสอนตามคาดหวัง (Expectation Method)
    เป็นวิธีสอนที่ครูต้องกรทราบความต้องการของผู้เรียนว่าผู้เรียน อยากเรียน อยากรู้ อยากทำกิจกรรมใดบ้าง เพื่อนดูว่าจุดประสงค์ที่นักเรียนความหวังกับจุดประสงค์ที่กำหนดในแผนการเรียนรู้ครบถ้วนตรงกันหรือไม่ หากไม่ครบตามจุดประสงค์ในแผนการเรียนรู้ ครูต้องเพิ่มความคาดหวังของครูที่ต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ลงไปด้วย

    ข้อดีของวิธีการสอนตามความคาดหวัง
    1.นักเรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้
    2.ช่วยเสริมสร้างทักษะในการคิดและคาดหวัง
    3.นักเรียนมีความตั้งใจในการเรียน เพราะได้เรียนตามความคาดหวังของตนเอง

    ตอบนำออก
  3. รูปแบบวิธีการสอน วิธีสอนแบบแฮร์บาร์ต (Herbart Method)
    สรุป รูปแบบวิธีการสอนของ แฮร์บาร์ต (Herbart Method)
    แฮร์บาร์ต (Herbart Method) เป็นปรัชญาการศึกษาชาวเยอรมันเป็นผู้ริเริ่มการเรียนการสอนแบบบูรณาการ แล้วการเรียนการสอนในตามความคิดของ แฮร์บาร์ต (Herbart Method) คือ การที่นักเรียนจะเรียนรู้สิ่งใดนั้นจะต้องมาจากความสนใจของเราก่อนเป็นอันดับแรก ในด้านการเรียนการสอนนั้นครูผู้สอนจำเป็นต้องสร้างความสนใจก่อนเป็นอันดับแรก จึงเข้าสู้ขั้นตอนของการสอนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
    จุดมุ่งหมาย คือ
    1. ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากความสนใจก่อน
    2. เพื่อสร้างความสัมพัธ์ระหว่างครูกับผู้เรียนเพื่อดูว่าผู้เรียนเรียนรู้สิ่งใดมาบ้างและเราควรจะสอนอะไรกับผู้เรียน(การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เก่ากับความรู้ใหม่)
    3. เป็นการส่งเสริมการจัดลำดับความรู้ของผู้เรียน
    ขั้นตอนวิธีการสอนของ แฮร์บาร์ต
    1.ขั้นเตรียม เป็นขั้นเร้าให้ผู้เรียนเกิดความสนใจก่อนเพื่อจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ครูต้องทบทวนความรู้เดิมที่มีอยู่ของผู้เรียน
    2. ขั้นสอน เป็นขั้นตอนที่ครูดำเนินการสอนความบทเรียน
    3. ขั้นสัมพันธ์หรือทนทวนเปรียบเทียบ เป็นต่อจากการสอนเมือครูสอนเสร็จแล้วครูต้องทบทวนความรู้ที่ผู้เรียนได้รับ และครูต้องทบทวนเปรียบเทียบว่าความรู้ใหม่กับความรู้ที่เพิ่มมาสัมพันธ์กันไหมและจดบันทึก
    4. ขั้นตั้งกฎหรือข้อสรุป ครูกับผู้เรียนช่วยกันรวบรวมความรู้ที่เรียนมาตั้งแต่แรกแล้วจัดลำดับตามขั้นตอนให้เป็นระบบ เพื่อนให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
    5.ขั้นนำไปใช้ เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนนำเอาความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวะนได้

    ตอบนำออก
  4. การจัดการเรียนรู้แบบใช้คำถาม
    (Questioning Method)
    แนวคิด
    เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนากระบวนการทางความคิดของผู้เรียน โดยผู้สอนจะป้อนคำถามในลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นคำถามที่ดี สามารถพัฒนาความคิดผู้เรียน ถามเพื่อให้ผู้เรียนใช้ความคิดเชิงเหตุผล วิเคราะห์ วิจารณ์ สังเคราะห์ หรือ การประเมินค่าเพื่อจะตอบคำถามเหล่านั้น
    การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
    การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้คำถามมีขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้
    1.ขั้นวางแผนการใช้คำถาม ผู้สอนควรจะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะใช้คำถามเพื่อ
    วัตถุประสงค์ใด รูปแบบหรือประการใดที่จะสอดคล้องกับเนื้อหาสาระและวัตถุประสงค์ของบทเรียน
    2.ขั้นเตรียมคำถาม ผู้สอนควรจะเตรียมคำถามที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดย
    การสร้างคำถามอย่างมีหลักเกณฑ์
    3. ขั้นการใช้คำถาม ผู้สอนสามารถจะใช้คำถามในทุกขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการ
    เรียนรู้และอาจจะสร้างคำถามใหม่ที่นอกเหนือจากคำถามที่เตรียมไว้ก็ได้ ทั้งนี้ต้องเหมาะสมกับเนื้อหาสาระและสถานการณ์นั้น ๆ
    4.ขั้นสรุปและประเมินผล
    4.1การสรุปบทเรียนผู้สอนอาจจะใช้คำถามเพื่อการสรุปบทเรียนก็ได้
    4.2การประเมินผล ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการประเมินผลตามสภาพจริง

    ประโยชน์
    1.ผู้เรียนกับผู้สอนสื่อความหมายกันได้ดี
    2.ช่วยให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    3.สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน
    4.ช่วยเน้นและทบทวนประเด็นสำคัญของสาระการเรียนรู้ที่เรียน
    5.ช่วยในการประเมินผลการเรียนการสอน ให้เข้าใจความสนใจที่แท้จริงของผู้เรียน และ
    วินิจฉัยจุดแข็งจุดอ่อนของผู้เรียนได้
    6.ช่วยสร้างลักษณะนิสัยการชอบคิดให้กับผู้เรียน ตลอดจนนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนตลอดชีวิต

    ตอบนำออก
  5. การสอนตามรูปแบบ CIPPA
    C (Construction) คือ ครูจัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนมีโอกาสสร้างความรู้ด้วยตนเอง
    I (Interaction) คือ ให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้มี ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับบุคคลและแหล่งความรู้ที่หลากหลาย
    P (Physical Participation) คือ จัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกาย
    P (Process Learning) คือ จัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการทำงานให้สำเร็จ
    A (Application) คือ การจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

    ขั้นตอนการสอนตาม CIPPA model
    ๑.ขั้นการทบทวนความรู้เดิม เป็นการสนทนาซักถามถึงกิจกรรมที่เคยเรียนรู้ หรือพื้นความรู้ของนักเรียนในเรื่องที่จะดำเนินการสอน
    ๒.ขั้นการแสวงหาความรู้ใหม่ หมายถึง ให้นักเรียนได้รู้จักแหล่งที่จะค้นหาความรู้ เช่น แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด สื่อเอกสาร มุมประสบการณ์ต่าง ๆ หรือแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เช่น ภูมิปัญญา สถานที่สำคัญในชุมชน เป็นต้น

    ๓.ขั้นการศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม เป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้นำความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาทำความเข้าใจแล้วใช้กระบวนการคิดในการประมวลข้อมูลที่รับเข้ามาใหม่กับข้อมูลเดิมทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ หรือสิ่งใหม่
    ๔.ขั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนเมื่อได้เรียนรู้แล้ว นำองค์ความรู้นั้นมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสะท้อนความคิดของตน
    ๕.ขั้นการสรุปและการจัดระเบียบความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนจดจำสิ่งที่เรียนได้ง่าย เป็นกิจกรรมสรุปร่วมกัน โดยสังเคราะห์สิ่งที่ได้เรียนรู้
    ๖.ขั้นการแสดงผลงาน เป็นกิจกรรมเสนอสิ่งที่เรียนรู้ในรูปของการจัดกิจกรรม
    ๗.ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้ นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งที่ต้องการคำตอบต่อไป

    ongart No. 36

    ตอบนำออก
  6. การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน
    แนวคิด
    เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เริ่มต้นจากปัญหาที่เกิดขึ้นโดยสร้างความรู้จากกระบวนการทำงานกลุ่ม ตัวปัญหาจะเป็นจุดตั้งต้นของกระบวนการเรียนรู้ และเป็นตัวกระตุ้นการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาด้วยเหตุผล และการสืบค้นหาข้อมูลเพื่อเข้าใจกลไกของตัวปัญหา รวมทั้งวิธีการแก้ปัญหา
    การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
    ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้
    1. ขั้นที่ 1 กำหนดปัญหาจัดสถานการณ์ต่าง ๆ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ มองเห็นปัญหากำหนดสิ่งที่เป็นปัญหาที่ผู้เรียนอยากรู้อยากเรียน และเกิดความสนใจที่จะค้นหาคำตอบ
    2. ทำความเข้าใจกับปัญหา ผู้เรียนจะต้องสามารถอธิบายสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อกับปัญหาได้
    3. ดำเนินการศึกษาค้นคว้า กำหนดสิ่งที่ต้องการเรียนและดำเนินการศึกษาค้นคว้าอย่างหลากหลาย
    4. สังเคราะห์ความรู้ ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ค้นคว้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อภิปรายผลและสังเคราะห์ความรู้ที่ได้มาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
    5. สรุปและประเมินค่าของคำตอบ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มสรุปสรุปผลงานของกลุ่มตนเอง ประเมินผลงานว่าข้อมูลที่ได้ศึกษาค้นคว้ามีความเหมาะสมเพียงใด โดยการตรวจสอบแนวคิดภายในกลุ่มของตนเองอย่างอิสระ ทุกกลุ่มร่วมกันสรุปองค์ความรู้ในภาพรวมของปัญหาอีกครั้ง
    6. นำเสนอและประเมินผลงาน ผู้เรียนนำข้อมูลที่ได้มาจัดระบบองค์ความรู้และนำเสนอในรูปแบบผลงานที่หลากหลาย ผู้เรียนทุกคนและผู้เกี่ยวข้องกับปัญหา ร่วมกันประเมินผลงาน
    ประโยชน์
    มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนในด้านทักษะและกระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้โดยการชี้นำตนเอง ซึ่งผู้เรียนจะได้ฝึกฝนการสร้างองค์ความรู้โดยผ่านกระบวนการคิดด้วยการแก้ปัญหาอย่างมีความหมายต่อผู้เรียน

    No.34 Suprempree Sanngam

    ตอบนำออก
  7. นางสาว รวิสรา หมื่นคำ 52410845 เลขที่31

    การสอนแบบสาธิต (Demonstration Method)
    วิธีการสอนแบบสาธิตเป็นวิธีการสอนที่ครูต้องวางแผนการเรียนการสอนเอง โดยครูจะปฏิบัติหรือแสดงให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่างก่อน เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียน หรือให้นักเรียนรู้คร่าวๆก่อนว่า อะไรเป็นอะไรและมีการทำงานอย่างไร เมื่อครูสาธิตให้นักเรียนดูครบทุกขั้นตอนแล้ว ให้นักเรียนลงมือทำไปพร้อมๆกับครูด้วย ถ้านักเรียนไม่เข้าใจตรงไหนหรือขั้นตอนใด ครูก็อธิบายเน้นย้ำส่วนนั้นจนกว่านักเรียนจะเข้าใจและทำได้
    ความมุ่งหมาย
    1. เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสนใจในเรื่องนั้นๆมากยิ่งขึ้น
    2. เพื่อให้นักเรียนเข้าใจในเรื่องนั้นๆ ได้ง่าย
    3. เพื่อเป็นการอธิบายเนื้อหาแทนคำพูดได้ เพราะบางครั้งครูพูดไปนักเรียนอาจจะไม่เห็นภาพหรือเข้าใจไม่ตรงกัน
    4. เพื่อพัฒนาการฟังการ สังเกต และการสรุปทำความเข้าใจ เพราะว่าต้องฟังอธิบายไปด้วย ดูการสาธิตไปด้วยดังนั้นนักเรียนต้องคิดหรือทำความเข้าใจไปด้วยเพราะจะทำให้จำได้นานๆ
    5.เพื่อใช้ทบทวนความเข้าใจของนักเรียนในเรื่องนั้นๆ
    ขั้นตอนในการสอน
    1. กำหนดจุดมุ่งหมายในเรื่องที่จะสาธิตให้ชัดเจน มีการสาธิตที่เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง
    2. เตรียมอุปกรณ์การสาธิตให้พร้อม และตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์
    3. เตรียมกระบวนการในการสาธิต ทั้งเวลา ขั้นตอน จะทำอย่างไรที่จะให้นักเรียนเข้าใจเรื่องนั้นๆได้อย่างละเอียด ครบถ้วน
    4. มีการทดลองการสาธิตก่อน ก่อนที่จะนำไปสาธิตให้กับนักเรียนเพื่อป้องกันการผิดพลาดในเวลาสอน
    5. จัดทำคู่มือ คำแนะนำ หรือข้อสังเกต เพื่อที่จะให้นักเรียนได้ใช้ประกอบขณะที่มีการสาธิต
    6. เมื่อครูสาธิตเสร็จแล้วควรให้นักเรียนได้ทำบ้างเพื่อให้นักเรียนเข้าใจเรื่องนั้นๆมากยิ่งขึ้น
    7. มีกิจกรรมหลังการสาธิตนั้น เพื่อให้นักเรียนได้รู้คุณค่า และประโยชน์ของเรื่องนั้นๆ
    8. มีการประเมินผลการสาธิต อาจจะใช้การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน หรือจากกิจกรรมที่ครูให้นักเรียนทำ

    ตอบนำออก
  8. นางสาวอาริสา ศรีดี
    วิธีสอนแบบทีม
    วิธีสอนแบบทีมเป็นการสอนที่มีครูอย่งน้อย 2คนร่วมมีอเตรียมการสอนอย่างใกล้ชิดและสอนนักเรียนร่วมกันในห้องเดียวกัน การสอบแบบทีมจะมีครูเป็นหัวหน้าทีม และครูร่วมทีม การสอนแบบนี้จะได้ผลดีถ้าหากครูจะร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี

    การนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์
    ในการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ภายในห้องเรียนมีครูมากว่า 2คน ร่วมกันในการจัดการเรียนการสอน เริ่มตั้งแต่การกำหนดจุดมุ่งหมาย เนื้อหาวิชา วิธีสอน สื่อการสอน และประเมินผลร่วมกัน ในขณะการทำการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์เมื่อครูเริ่มทำการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนที่หลากหลายรูปแบบ เช่นการสาธิต บรรยายเป็นต้น ครูอีกคนก็จะสังเกตผู้เรียน คอยให้ความช่วยเหลือ ชี้แนวทางในการแก้ปัญหาให้กับผู้เรียน เมื่อทำการสอนเสร็จหนึ่งเรื่องก็สามารถเปลี่ยนคนสอนได้ จะทำให้ผู้เรียนได้สัมผัสผู้สอนในหลายลักษณะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อหน่ายและจะทำให้ผู้สอนแต่ละคนได้แสดงความสามารถในการสอนของแต่ละคนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การทำการสอนในลักษณะนี้จะมีประสิทธิภาพมากหากผู้สอนมีการวางแผนที่ร่วมกันคิดร่วมกันทำให้ได้ผลงานที่สมบูรณ์กว่าการคิดคนเดียว ข้อสังเกตุของการสอนเป็นทีมคือ ทำให้เสียเวลาในการเตรียมงานมาก ผู้สอนในคณะต้องมีความสามารถเพียงพอและต้องเข้าใจรูปแบบในการทำงานเป็นทีมและเครื่องอำนวยความสะดวก สื่อการสอนต้องมีจำนวนมากพอ

    ตอบนำออก
  9. รูปแบบการเรียนการสอนมโนทัศน์
    ทฤษฎี หลักการ แนวคิด ดังนี้
    จอยส์และวิลส์ ได้พัฒนารูปแบบนี้ขึ้นโดยใช้แนวคิดของบรุนเนอร์กู๊ดนาว และออสติน เกี่ยวกับการเรียนรู้มโนทัศน์ที่ว่า “การเรียนรู้มโนทัศน์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น สามารถทำได้โดยการค้นหาคุณสมบัติเฉพาะที่สำคัญของสิ่งนั้น เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกสิ่งที่ใช่และไม่ใช่สิ่งนั้นออกจากกัน”
    วัตถุประสงค์ของรูปแบบ
    เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มโนทัศน์ของเนื้อหาสาระต่าง ๆ อย่างเข้าใจและสามารถให้คำนิยามของมโนทัศน์นั้นได้ด้วยตนเอง
    กระบวนการเรียนการสอนของรูปแบบ

    ขั้นที่ 1 ผู้สอนเตรียมข้อมูลสำหรับให้ผู้เรียนฝึกหัดจำแนก
    1) ผู้สอนเตรียมข้อมูล 2 ชุด ชุดหนึ่งเป็นตัวอย่างของมโนทัศน์ที่ต้องการสอน อีกชุดหนึ่งไม่ใช่ตัวอย่างของมโนทัศน์ที่ต้องการสอน
    2) ในการเลือกตัวอย่างข้อมูล 2 ชุดข้างต้น ผู้สอนจะต้องเลือกหาตัวอย่างที่มีจำนวนมากพอที่จะครอบคลุมลักษณะของมโนทัศน์ที่ต้องการนั้น
    3) ถ้ามโนทัศน์ที่ต้องการสอนเป็นเรื่องยากหรือซับซ้อนหรือเป็นนามธรรมอาจใช้วิธีการยกเป็นตัวอย่างเรื่องสั้น ๆ ที่ผู้สอนแต่งขึ้นเองนำเสนอแก่ผู้เรียน
    4) ผู้สอนเตรียมสื่อการสอนที่เหมาะสมจะใช้ประกอบนำเสนอตัวอย่างมโนทัศน์เพื่อแสดงให้เห็นลักษณะต่าง ๆ ของมโนทัศน์ที่ต้องการสอนอย่างชัดเจน

    ขั้นที่ 2 ผู้สอนอธิบายกติกาในการเรียนให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจตรงกัน
    ผู้สอนชี้แจงวิธีการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าใจก่อนเริ่มกิจกรรมโดยอาจสาธิตวิธีการและลองให้ผู้เรียนลองทำตามที่ผู้สอนบอกจนกระทั่งผู้เรียนเกิดความเข้าใจพอสมควร

    ขั้นที่ 3 ผู้สอนเสนอข้อมูลตัวอย่างของมโนทัศน์ที่ต้องการสอน และข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวอย่างของมโนทัศน์ที่ต้องการสอน
    การนำเสนอข้อมูลตัวอย่างนี้ทำได้หลายแบบ แต่ละแบบมีจุดเด่น จุดด้อยดังต่อไปนี้
    1) นำเสนอข้อมูลที่เป็นตัวอย่างของสิ่งที่จะสอนทีละข้อมูลจนหมดทั้งชุด โดยบอกให้ผู้เรียนรู้ว่าเป็นตัวอย่างของสิ่งที่จะสอนแล้วตามด้วยการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวอย่างของสิ่งที่จะสอนแต่ละข้อมูล จนครบหมดทั้งชุดเช่นกัน โดยบอกให้ผู้เรียนรู้ว่าตัวอย่างชุดหลังนี้ไม่ใช่ชุดที่จะสอน ผู้เรียนต้องสังเกตตัวอย่างทั้ง 2 ชุด และคิดหาคุณสมบัติร่วมและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เทคนิควิธีนี้ช่วยให้ผู้เรียนสร้างมโนทัศน์ได้เร็ว แต่ใช้กระบวนการคิดน้อย
    2) เสนอข้อมูลที่ใช่และไม่ใช่ตัวอย่างของสิ่งที่จะสอนสลับกันไปจนครบ เทคนิควิธีนี้ช่วยสร้างมโนทัศน์ได้ช้ากว่าเทคนิคแรก แต่ได้ใช้กระบวนการคิดมากกว่า
    3) เสนอข้อมูลที่ใช่และไม่ใช่ตัวอย่างของสิ่งที่จะสอนทีละ 1 ข้อมูล แล้วเสนอข้อมูลที่เหลือทั้งหมดทีละข้อมูลโดยให้ผู้เรียนตอบว่าข้อมูลแต่ละข้อมูลที่เหลือนั้นใช่หรือไม่ใช่ข้อมูลที่จะสอน เมื่อผู้เรียนตอบ ผู้สอนจะเฉลยว่าผู้เรียนตอบถูกหรือผิด วิธีนี้ผู้เรียนจะได้ใช้กระบวนการคิดในการทดสอบสมมติฐานของตนไปทีละขั้นตอน
    4) เสนอข้อมูลที่ใช่และไม่ใช่ตัวอย่างของสิ่งที่จะสอนทีละ 1 ข้อมูล แล้วให้ผู้เรียนช่วยกันยกตัวอย่างข้อมูลที่ผู้เรียนคิดว่าใช่ตัวอย่างของสิ่งที่จะสอน โดยผู้สอนจะเป็นผู้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ วิธีนี้ผู้เรียนจะมีโอกาสคิดมากขึ้น

    ขั้นที่ 4 ให้ผู้เรียนบอกคุณสมบัติเฉพาะของสิ่งที่ต้องการสอน
    จากกิจกรรมที่ผ่านมาในขั้นต้น ๆ ผู้เรียนจะต้องพยายามหาคุณสมบัติเฉพาะตัวของตัวอย่างที่ใช่และไม่ใช่สิ่งที่ผู้สอนต้องการสอน และทดสอบคำตอบของตน หากคำตอบของตนผิด ผู้เรียนก็จะต้องหาคำตอบใหม่ ซึ่งก็หมายความว่าต้องเปลี่ยนสมมติฐานที่เป็นฐานของคำตอบเดิม ซึ่งก็จะมาจากคุณสมบัติเฉพาะของสิ่งนั้นนั่นเอง

    ขั้นที่ 5 ให้ผู้เรียนสรุปและให้คำจำกัดความของสิ่งที่ต้องการสอน
    เมื่อผู้เรียนได้รายการของคุณสมบัติเฉพาะของสิ่งที่ต้องการสอนแล้ว ผู้สอนให้ผู้เรียนช่วยกันเรียบเรียงให้เป็นคำนิยามหรือจำกัดความ

    ขั้นที่ 6 ผู้สอนและผู้เรียนอภิปรายร่วมกันถึงวิธีการที่ผู้เรียนใช้ในการแสวงหาคำตอบให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการคิดของตัวเอง
    . ผลที่ผู้เรียนจะได้รับเรียนรู้จากแบบ
    เนื่องจากผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มโนทัศน์ จากการคิดวิเคราะห์ และตัวอย่างที่หลากหลาย ดังนั้นผลที่ผู้เรียนจะได้รับโดยตรง คือ จะเกิดความเข้าใจในมโนทัศน์นั้น และได้เรียนรู้ทักษะการสร้างมโนทัศน์ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการทำความเข้าใจมโนทัศน์อื่น ๆ ต่อไปได้ รวมทั้งช่วยพัฒนาทักษะการใช้เหตุผลโดยการอุปนัย (inductive reasoning) อีกด้วย

    ตอบนำออก
  10. น.ส.วจีพร แก้วนุช รหัส 52410777

    การจัดกิจกรรมเรียนรู้แบบสาธิต

    ผู้สอน > ถ่ายทอด "ความรู้" ...ให้ผู้เรียน
    ในเนื้อหาสาระ พร้อมทั้งแสดงกระบวนการปฏิบัติ ประกอบคำอธิบายตามขั้นตอนการสาธิต เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและมองเห็นกระบวนการ เทคนิควิธีการ
    และผลการปฏิบัติ ซึ่งเหมาะสมกับการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก

    สรุปขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสาธิต

    ขั้นที่1 เตรียมการ
    > กำหนดจุดประสงค์การสาธิต
    > กำหนดขั้นตอนในการสาธิต
    > จัดเตรีมเครื่องมือ อุปกรณ์
    > จัดเตรียมสถานที่ สาธิต
    > ทดลองกระบวนการสาธิตทุกขั้นตอน
    > จัดเตรียมเอกสารและวิธีการวัดผลประเมินผล

    ขั้นที่2 ขั้นสาธิต
    > ผู้สอนบอกจุดประสงค์การสาธิต
    > ผู้สอนบอกขั้นตอนของกิจกรรมที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติ
    > ผู้สอนแนะนำสื่อการเรียนให้ผู้เรียนทราบ
    > ผู้สอนดำเนินการสาธิตอย่างช้าๆ
    > ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสาธิต
    > ระมัดระวังความปลอดภัยระหว่างสาธิต

    ขั้นที่3 ขั้นสรุป
    > สรุปขั้นตอนหรือสิ่งที่สำคัญ
    > ผู้สอนสรุปด้วยการตั้งคำถาม
    > ผู้เรียนได้มีโอกาสใช้ความรู้จากการสาธิตทันที

    ขั้นที่4 ขั้นประเมินผลการเรียนรู้
    > ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบ
    > จัดเตรียมสถานที่
    > สุ่มกลุ่มตัวอย่างให้ผู้เรียนออกมาสาธิตหน้าชั้นเรียน
    > ผู้สอนใช้วิธีการต่างๆ
    > ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถาม

    อ้างอิงจาก: หนังสือชุดปฏิรูปการเรียนรู้สุดยอดวิธีสอน
    การงานอาชีพและเทคโนโลยี
    (ปัญญา สังข์ภิรมย์ -สุคนธ์ สินธพานนท์ 2550)

    ตอบนำออก
  11. นางสาวรัตนาพร พรมไชย

    วิธีสอนแบบปฏิบัติการหรือการทดลอง (Laboratory Method)
    วิธีสอนแบบปฏิบัติการหรือการทดลอง เป็นวิธีสอนที่ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนลงมือปฏิบัติหรือทำการทดลองค้นหาความรู้ด้วยตนเอง ทำให้เกิดประสบการณ์ตรง ที่ครูได้สอนหรือปฏิบัติให้นักเรียนได้ดูไปแล้ว จากนั้นจะให้นักเรียนได้ปฏิบัติหรือทดลองด้วยตนเองเพื่อหาปัญหาและผลสำเร็จจากสิ่งที่ตนได้ลงมือปฏิบัตินั้น ซึ่งสิ่งที่จะแตกต่างจากรูปแบบการสอนแบบสาธิต

    ความมุ่งหมายของวิธีสอนแบบปฏิบัติการหรือการทดลอง
    1. เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติหรือทดลองค้นหาความรู้ด้วยตนเอง
    2. เพื่อส่งเสริมการใช้ประสบการณ์ตรงในการแก้ปัญหา
    3. เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าแทนการจดจำจากตำรา


    ขั้นตอนของวิธีสอนแบบปฏิบัติการหรือการทดลอง
    1. ขั้นกล่าวนำ
    2. ขั้นเตรียมดำเนินการ
    3. ขั้นดำเนินการทดลอง
    4. ขั้นเสนอผลการทดลอง
    5. ขั้นอภิปรายและสรุปผล


    ข้อดีของวิธีสอนแบบปฏิบัติการหรือทดลอง
    1. ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของการปฏิบัติการหรือทดลอง
    2. เป็นการเรียนรู้จากการกระทำ หรือเป็นการเรียนรู้จากสภาพจริง
    3. เสริมสร้างความคิดในการหาเหตุผล
    4. เป็นการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้
    5. เป็นการเรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสหลายด้าน
    6. การปฏิบัติการหรือทดลอง นอกจากช่วยเพิ่มความเข้าใจในการเรียนรู้แล้ว ยังทำให้
    นักเรียนมีความสนใจและตั้งใจเรียนเพราะได้ปฏิบัติจริงด้วยตนเอง



    ข้อสังเกตของวิธีสอนแบบปฏิบัติการหรือทดลอง
    1. ผู้เรียนทุกคนต้องมีโอกาสใช้เครื่องมือและ อุปกรณ์เท่าๆ กันจึงจะได้ผลดี
    2. ต้องมีการควบคุมความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์และห้องปฏิบัติการ
    3. ต้องมีเวลาในการเตรียมจัดตั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์การทดลองอย่างเพียงพอ
    4. ต้องใช้งบประมาณมาก เนื่องจากเครื่องมือเครื่องใช้ในการทดลองมีราคาแพง หากไม่
    เตรียมการสอนที่ดีพอ ผลที่ได้จะไม่คุ้มค่า
    4. ต้องกำหนดสัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อพื้นที่ที่ปฏิบัติการหรือทดลองให้เหมาะสม โดยปกติ
    แล้ววิธีสอนแบบปฏิบัติการหรือการทดลองทำได้กับนักเรียนจำนวนน้อย


    อ้างอิงจาก รศ.สุพิน บุญชูวงศ์
    คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
    http://www.arts.ac.th/tip_teach/technic_teach.pdf

    ตอบนำออก
  12. น.ส.วารินทร์ จันทร์ดวงโต 52410807

    วิธีสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration)

    วิธีสอนโดยใช้การสาธิต คือกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยการแสดงหรือทำสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ให้ผู้เรียนสังเกตดู แล้วให้ผู้เรียนซักถาม อภิปราย และสรุปการเรียนรู้ที่ได้จากการสังเกตการสาธิต
    วิธีสอนโดยใช้การสาธิตเป็นวิธีการที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนทั้งชั้นได้เห็นการปฏิบัติจริงด้วยตนเอง ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องหรือการปฏิบัตินั้นชัดเจนขึ้น

    องค์ประกอบสำคัญ ของวิธีสอน
    มีเรื่องหรือสิ่งที่จะสาธิต
    มีการแสดง/การทำ/ให้ผู้เรียนสังเกตดู
    มีผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิดจาการสาธิต

    ขั้นตอนสำคัญของการสอน
    ผู้สอนแสดงการสาธิต ผู้เรียนสังเกตการสาธิต
    ผู้สอนและผู้เรียนอภิปรายและสรุปการเรียนรู้ที่ได้จากการสาธิต

    เทคนิคต่างๆในการใช้วิธีสอนโดยใช้การสาธิตให้มีประสิทธิภาพ

    การเตรียมการ
    ผู้สอนจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวพอสมควร เพื่อให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างสะดวกและ ราบรื่น การเตรียมตัวที่สำคัญคือ ผู้สอนควรมีการซ้อมการสาธิตก่อนเพื่อจะได้เห็นปัญหา และเตรียมแก้ไข/ป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ต่อไปจึงจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ และสถานที่ที่จะใช้ในการสาธิตและจัดวางไว้อย่างเหมาะสมสะดวกแก่การใช้ นอกจากนั้นควรจัดเตรียมแบบสังเกตการสาธิต และเตรียมคำถามหรือประเด็นที่จะให้ผู้เรียนได้ร่วมคิดและอภิปรายด้วย

    ก่อนการสาธิต
    ผู้สอนควรให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่สาธิตแก่ผู้เรียนอย่างเพียงพอที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจสิ่งที่สาธิตได้ดี โดยอาจใช้วิธีบรรยาย หรือเตรียมเอกสารที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับลำดับขั้นตอนให้ผู้เรียน หรือใช้สื่อ เช่น วีดีโอ หรือผู้สอนอาจมอบหมายให้ผู้เรียนค้นหาเนื้อหาเรื่องที่สาธิตมาล่วงหน้า

    การสาธิต
    ผู้สอนอาจใช้วิธีการบรรยายประกอบการสาธิต การสาธิตควรเป็นไปอย่างมีลำดับขั้นตอน ใช้เวลาอย่างเหมาะสม ไม่เร็วเกินไป ขณะสาธิตอาจใช้แผนภูมิ กระดานดำ หรือแผ่นใสประกอบ และควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถาม หรือซักถามผู้เรียนเป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นความคิดและความสนใจของผู้เรียน และในบางครั้งอาจให้ผู้เรียนบางคนมาช่วยสาธิตด้วย ผู้สอนต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย และควรเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไว้ด้วย

    การอภิปรายสรุปการเรียนรู้
    หลังจากการสาธิตแล้ว ผู้สอนควรให้ผู้เรียนรายงานสิ่งที่ได้สังเกตเห็นแลกเปลี่ยนกัน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถาม ผู้สอนควรเตรียมคำถามไว้กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดด้วย ผู้เรียนอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดที่แต่ละคนได้รับจากการสาธิตของผู้สอนและร่วมกันสรุปการเรียนรู้ที่ได้รับ

    ตอบนำออก
  13. วิธีสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง (Self Study Method)

    วิธีสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง เป็นวิธีสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาหาความรู้จากแหล่งวิชาด้วยตนเอง ได้แก่ การศึกษาจากหนังสือและการศึกษานอกสถานที่ การสอนวิธีนี้บางครั้งเรียกว่าวิธี Problem Solving หรือ Discovery Method
    ความมุ่งหมายของวิธีสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง
    1. เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ภายใต้การดูแลและการแนะนำของครู เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสแก้ปัญหาด้วยการแสดงความคิดเห็นในกลุ่มย่อย และหาข้อสรุป
    ขั้นตอนของวิธีสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง
    1. จัดกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ หรืออาจเป็นผู้เรียนคนเดียวศึกษาค้นคว้าตามลำพัง
    2. ครูกระตุ้นให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายและให้คำแนะนำให้มีการร่วมมือกันในการวางแผนที่จะศึกษาค้นคว้าในเรื่องต่างๆ ดูแลและให้ความช่วยเหลือในการศึกษาของนักเรียนแต่ละคน จัดหาและเสนอแนะแหล่งความรู้ ได้แก่ วัสดุ หนังสือและสิ่งพิมพ์อื่นๆ ที่นักเรียนต้องใช้ รวมทั้งอาจแนะนำให้หาความรู้ได้จากการสัมภาษณ์บุคคลภายนอกโรงเรียน
    3. หลังการแสดงความคิดเห็นและปฏิบัติกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองแล้วนักเรียนเขียนรายงานผลการวินิจฉัยปัญหา
    ข้อดีของวิธีสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง
    1. เป็นการสอนที่พัฒนาความงอกงามทางด้านสติปัญญา ส่งเสริมนิสัยในการวิเคราะห์
    ข้อมูลและการตัดสินใจ การเลือกวิธีแก้ปัญหา
    2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักที่จะควบคุมการทำงานของตนเองได้
    3. เสริมสร้างนิสัยรักการศึกษาค้นคว้า และความรับผิดชอบตนเอง
    4. เป็นวิธีที่มุ่งเน้นที่ผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง มิใช่เรียนรู้จากการสอนของครู
    ข้อสังเกตของวิธีสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง
    1. วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผล ถ้าผู้เรียนขาดความรับผิดชอบและไม่ตั้งใจจริง
    2. การเรียนรู้ที่เกิดกับนักเรียนอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน จึงยากแก่การประเมินผล
    No.37 นายอธิศ ขำใจ 52410906

    ตอบนำออก